“ศุภชัย” ชี้ ‘จีโนมิกส์’ คืออนาคตของประเทศ ยกระดับบริการทางการแพทย์ไทยให้ปลอดภัย ทันสมัย เข้าถึงได้

691906327 1451721556997493 8743638687422103817 n 1024x683

“ศุภชัย” ชี้ ‘จีโนมิกส์’ คืออนาคตของประเทศ ยกระดับบริการทางการแพทย์ไทยให้ปลอดภัย ทันสมัย เข้าถึงได้ และก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำของภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 5 ของสมาคมพันธุศาสตร์มนุษย์แห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “Genomics in Thailand and the Future: Linking Multiomics to a Full Understanding of Human Health” โดยมีผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ ดร.สุระ วิเศษศักดิ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ศิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) ดร.จักรกฤษณ์ อยู่สำราญวัฒน์ นายกสมาคมพันธุศาสตร์มนุษย์แห่งประเทศไทย คณะกรรมการสมาคมฯ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และผลงานวิจัยระหว่างนักวิจัย นักศึกษา นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านการแพทย์จีโนมิกส์ในระดับภูมิภาค พร้อมยกระดับคุณภาพการดูแลสุขภาพของประชาชนไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าด้านพันธุศาสตร์มนุษย์และเทคโนโลยีการถอดรหัสจีโนม ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อวงการแพทย์และสาธารณสุขทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ข้อมูลพันธุกรรมของผู้ป่วยได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การวินิจฉัย การป้องกัน และการรักษาโรคมีความแม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดบริการทางการแพทย์รูปแบบใหม่ เช่น การตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยารุนแรง การตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็ง การตรวจคัดกรองพันธุกรรมในทารกแรกเกิด และบริการด้านการแพทย์แม่นยำในอีกหลายด้าน

รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจีโนมิกส์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินงานตาม แผนปฏิบัติการบูรณาการจีโนมิกส์ประเทศไทย พ.ศ. 2563–2567 (Thailand Genomics Integration Action Plan 2020–2024) โดยสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ อาทิ การจัดทำฐานข้อมูลพันธุกรรมของคนไทยจำนวน 50,000 ราย การจัดตั้งศูนย์สกัดสารพันธุกรรม การพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 700 คน และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการวิจัยและบริการการแพทย์จีโนมิกส์ทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นรากฐานสำคัญในการนำข้อมูลพันธุกรรมมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ

ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการขับเคลื่อนแนวคิด “Genomics Thailand in Action” ด้วยการเปลี่ยนองค์ความรู้และงานวิจัยให้เป็นบริการทางการแพทย์ที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง เช่น การบรรจุการตรวจยีนเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งเต้านม และการตรวจยีนเพื่อป้องกันการแพ้ยารุนแรงไว้ในสิทธิประโยชน์ของระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัย ปลอดภัย และมีคุณภาพ

นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจีโนมิกส์ยังมีศักยภาพในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย กล่าวว่า “การพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และบุคลากรด้านจีโนมิกส์ จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์แม่นยำของภูมิภาค เสริมสร้างอุตสาหกรรมสุขภาพแบบบูรณาการ เพิ่มศักยภาพในการดึงดูดการลงทุน การวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในอนาคต ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน”